เอคโค่ จิ๋วก้องโลก แอนิเมชั่นรักษ์โลกฝีมือคนไทย

 เอคโค่ จิ๋วก้องโลก เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยสร้างโดยค่ายกันตนา แอนิเมชั่น ค่ายเดียวกับที่สร้าง ก้านกล้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นแอนิเมชั่นแล้วยังเป็นเรื่องแรกในไทยที่ผลิตรูปแบบ 3 มิติด้วยกำกับโดย คมภิญญ์ เข็มกำเนิด เขียนบทภาพยนตร์โดย วรัญญู อุดมกาญจนานนท์ และ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เรื่องราวของผลกระทบการตัดไม้ทำลายป่า และการที่มนุษย์เห็นแก่ตัวเองจนไม่สนใจสิ่งแวดล้อมที่สร้างผลกระทบมากในอนาคต บอกเล่าผ่านหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงแห่งหนึ่ง ที่พบว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านพวกเขา การผจญและมิตรภาพของเพื่อนที่เกิดขึ้นระหว่างชาวเขาและชาวเมืองใหญ่ นำโดย หน่อวา เด็กสาวผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และศิลปะการต่อสู้ จ่อเป เด็กชายที่สามารถสื่อสารกับธรรมชาติได้ด้วยการโขกหัว กับ แซม เด็กที่คลั่งใคล้ในอุปกรณ์ไฮเทค เหตุการณ์ที่เหมือนฟ้าลิขิตให้ทั้ง 3 คนต้องช่วยเหลือและรณรงค์ให้โลกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งแก่นแท้ของเรื่องราว จะมุ่งเน้นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน เอคโค่ จิ๋วก้องโลก ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 3 ปี โดยการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการลงพื้นที่ของชาวกะเหรี่ยงคอยาวรวมถึงพิธีกรรมต่างๆ และนำมารวบรวมเป็นบทภาพยนตร์ซึ่งเกี่ยวข้องการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมโดยกันตนาใช้ทุนสร้างถึง 170 ล้านบาท พัฒนาขั้นตอนที่ซับซ้อนรวมถึงระบบรูปแบบ 3 มิติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเมื่อเข้าฉายกลับทำรายได้ค่อนข้างน้อยใน 4 วันแรกทำรายได้เพียง 6.2 ล้านบาทเท่านั้น ต่อมาได้มีการจัดโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ทำให้มีผู้ชมมากขึ้น

Continue reading เอคโค่ จิ๋วก้องโลก แอนิเมชั่นรักษ์โลกฝีมือคนไทย

ยามิชิไบ การ์ตูนสุดหลอนจากญี่ปุ่น

  นอกจากแอนิเมชั่นที่มีเนื้อหามีความสนุกสนานแล้ว ก็มีแอนิเมชั่นที่บางเรื่องก็มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก นี้รวมไปถึงการ์ตูนผีสุดหลอนอย่างเรื่อง ยามิชิไบ เป็นการ์ตูนแนวสยองขวัญ ลึกลับจากญี่ปุ่นที่กล่าวถึงความเชื่อ ปีศาจ โดยฉายทางทีวีของญี่ปุ่นเวลา ตี 2 ซึ่งในปัจจุบัน ยามิชิไบ ดำเนินมาถึง 4 ซีซั่นแล้วซึ่งในแต่ละซีซั่นจะนำเสนอเรื่องราวของแตกต่างกันออกไป ยามิชิไบ เป็นการ์ตูนสั้นๆเพียง 3-4 นาทีเท่านั้น แต่ละซีซั่นมีทั้งหมด 13 ตอน โดยจะมีธีมของแต่ละซีซั่นที่แตกต่างกันทั้ง เรื่องของไสยศาสตร์ ความเชื่อ ปีศาจตามตำนานญี่ปุ่น ซึ่งเปิดเรื่องผ่านชายสวมหน้ากากจากโรงละครกระดาษ (Kamishibai) ของเขา เล่าเรื่องราวให้เด็กๆฟัง แอนิเมชั่นชิ้นนี้ยังมีเอกลักษณ์ที่ให้อารมณ์คล้ายคลึงการเล่าเรื่องแบบ “Kamishibai” หรือ โรงละครกระดาษ ซึ่งการนำเสนอของการ์ตูนนั้นจะเป็นการนำเสนอในรูปแบบการภาพการเคลื่อนไหวแบบกระดาษ ทำให้เหมือนเรากำลังชมกระดานของโรงละครกระดาษ รวมถึงซาวด์สุดหลอนและภาพวาดที่น่ากลัว ทำให้ยามิชิไบ ได้รับความนิยมมากในตอนอากาศ โดยเรื่องย่อในแต่ละตอนคร่าวๆ เช่น ตอนยันของหญิงสาวเรื่องราวของชายหนุ่มที่พึ่งย้ายที่อยู่ กับเพื่อนบ้านสาวที่มาพร้อม “ยันต์” , กฎของครอบครัว เรื่องราวของเด็กชายที่กลับบ้านเยี่ยมครอบครัวและประเพณีที่แปลกประหลาดโดยทุกคนจะสวมหน้ากากในตอนกลางคืนและหัวเราะไปด้วย และยัง มีอีกหลายตอนที่มีความหลอนสยองขวัญ ที่ผู้ชมไม่ควรพลาดชมอย่างมาก

รวมแอนิเมชั่น 18+ เด็กไม่ควรชม

  ใช่ว่าหนังการ์ตูนทุกเรื่องจะเหมาะสมกับเด็กเสมอไป หนังการ์ตูนบางเรื่องอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและมีฉากบางฉากที่ติดเรท รวมถึงบทที่เสียดสีและมีการเหยียดในเรื่องของศาสนา เพศ สีผิว เป็นต้น นี้เป็นการรวมเอาหนังแอนิเมชั่นที่มีฉากไม่เหมาะสมแก่เด็กต่ำกว่า 18 ปี -South Park เรื่องราวของนักเรียนประถม 4 คน ผจญภัยในที่ต่างๆ ภายในเมืองเล็กๆชื่อ เซาท์พาร์ก ในรัฐโคโลราโด ลักษณะตัวละครเริ่มออกแบบจากการตัดกล่องกระดาษมาประกอบเป็นรูปร่าง เนื้อเรื่องของเซาท์พาร์กจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยจะเน้นในลักษณะล้อเลียน ประชด เสียดสีสังคม รวมถึงการเอาเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 มาใส่ในเนื้อหาด้วย – Sausage Party เรื่องราวของเหล่าอาหารและของใช้ต่างๆในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นับวันรอให้มีคนเข้ามาหยิบพวกเขาไป พวกเขาคิดว่ามนุษย์เหล่านี้คือพระเจ้า จนเมื่อมีอาหารชนิดหนึ่งถูกเปลี่ยนกลับเข้ามาและบอกพวกอาหารที่เหลือว่า พระเจ้าที่ว่าไม่มีจริง จนเกิดเรื่องราวผจญภัยมากมาย หนังเรื่องนี้มีบทที่กล่าวถึงศาสนา, รวมถึงปาร์ตี้เซ็กส์ที่ยิ่งกว่าหนังโป๊ – Batman: The Killing Joke ถึงแม้ว่าจะนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนแต่ก็มีฉากที่ไม่เหมาะสม ทั้งในเรื่องของบทที่รุนแรง การฆ่า และการเสียดสีสังคมแบบสุดโต่ง – Anomalisa เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น เค้ามีความแตกต่าง แปลกแยกและโลกส่วนตัวสูง สภาพจิตใจอยู่ในภาวะไม่ปกติ จนกระทั่งเค้าได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเค้าไปตลอดกาล

Continue reading รวมแอนิเมชั่น 18+ เด็กไม่ควรชม

Frozen ปลูกกระแสแอนิเมชั่นให้กลับมาอีกครั้ง

  ในช่วงระยะเวลาปี 2009-2012 วงการหนังแอนิเมชั่นกำลังอยู่ในช่วงขาลง หนังแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องที่ออกฉายแม้ว่าจะทำรายได้เป็นที่น่าพอใจแต่รายได้นั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ผู้สร้างหวังไว้ รวมไปถึงกระแสที่ตกลงไปอย่างมาก ซึ่งทางดิสนี่ย์เองก็ส่งการ์ตูนภาพสวย เพลงเพราะอย่าง ราพันเซล ออกฉายในปี 2011 แต่กลับทำรายน้อยและไม่เป็นที่นิยม ต่อมาในปี 2013 แอนิเมชั่นเรื่อง Frozen ออกฉายทำให้ได้รับคำวิจารณ์และรายได้เป็นจำนวนมากรวมถึงปลุกกระแสหนังแอนิเมชั่นกลับมานิยมอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าเรื่องราชินีหิมะของฮันส์คริสเตียน แอนเดอร์เซน นับเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันลำดับที่ 53 ของภาพยนตร์ในชุดแอนิเมชันคลาสสิกของวอร์ตดิสนีย์ เมื่อออกฉายได้รับคำวิจารณ์จากนักภาพยนตร์และผู้ชมในแง่บวกอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังปลุกกระแสของหนังแอนิเมชั่นกลับมาอีกครั้งหลังจากวงการหนังการ์ตูนซบเซาอย่างมาก นอกจากนี้ Frozen ยังสามารถทำรายได้มากถึง 1.2 พันล้านดอลลาห์สหรัฐจากการฉายทั่วโลก กลายเป็นหนังแอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนังแอนิเมชั่นมีเพลงไพเราะที่สุดและลึกซึ้งที่สุดด้วยเพลงที่ชื่อว่า “Let it Go” ที่ถูกร้องเป็นเวอร์ชั่นต่างๆกว่า 50 ภาษารวมถึงภาษาไทยด้วย นอกจกานี้ Frozen ยังได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งรางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม, รางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม และสาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม (เพลง Let it Go) ซึ่งเพลง Let it Goติดท็อปเพลงยอดนิยมหลายเดือนอีกด้วย

สกูบี้ดู อีกหนึ่งตัวละครขวัญใจผู้ชม

   นอกจาก มิกกี้เมาส์ของวอทต์ดิสนี่ย์ ที่เป็นขวัญใจผู้ชมทั่วโลกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่เป็นขวัญใจของผู้ชมไม่แพ้มิคกี้เมาส์เลย อย่าง สกูบี้ดู ตัวละครสุนัขสีน้ำตาลลายจุดผู้กลัวผี ซึ่งสกูบี้ดูนั้นเป็นการ์ตูนซีรี่ย์ยอดนิยมที่สร้างโดย ฮันนา-บาร์เบรา ซึ่งต่อมาสกูบี้ดูได้ลิขสิทธิ์เป็นของวอร์เนอร์บาร์เธอร์ อีกด้วย แต่เดิมชื่อสกูบี้ดูนั้นมีชื่อว่า Mysterious Fiveซึ่งมีตัวละครทั้งหมด 5 ตัวละคร ได้แก่ เฟร็ด, แดฟนี่ย์, เวิลม่า, แช็กกี้ และสกูบี้ดู โดยเนื้อหาเป็นแนวลึกลับ สืบสวน แบ่งออกเป็นตอนๆต่อมา ทีมผู้สร้างได้ฟังเพลงประกอบและมีท่อนที่ร้องว่า “ดู-บี้-ดู-บี้-ดู” จึงทำให้ผู้สร้างเห็นว่าตัวละครสุนัขขี้กลัวจะดึงดูดความสนใจของผู้ชมจึงตั้งชื่อใหม่ว่า “สกูบี้ดู” และให้เป็นตัวหลักของเรื่อง สกูบี้ดูนั้นเป็นตัวละครสุนัขอยู่ร่วมทีมสืบสวนคดีลึกลับ ซึ่งมีลักษณะที่ขี้กลัว เช่นเดียวกับ แช็กกี้ เมื่อมีฉากที่ต้องวิ่งหนีผีหรือปีศาจ แช็กกี้ จะตะโกนเรียกสกูบี้ดูว่า “Scooby-Doo, Where Are You!” ซึ่งเป็นคำพูดหลักของเรื่องจนถึงปัจจุบัน และมีเพลงประกอบประจำตัวชื่อว่า Scooby-Doo, Where Are You เช่นกัน สกูบี้ดูเป็นตัวการ์ตูนที่ยอดนิยมในฐานนะ ซีรี่ย์การ์ตูนที่โด่งดังมากในยุค 70 ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนไขปริศนา การผจญภัย และอารมณ์ขันของสกูบี้ดู

Continue reading สกูบี้ดู อีกหนึ่งตัวละครขวัญใจผู้ชม

มิคกี้เมาส์ แอนิเมชั่นยุคบุกเบิก

       การ์ตูนแอนนิเมชั่นนั้นเป็นหนังอีกประเภทที่มีผู้คนสนใจอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆที่ชื่นชอบตัวการ์ตูน นอกจากจะเป็นที่ชอบของเด็กๆแล้ว การ์ตูนแอนิเมชั่นนั้นยังถือว่าเป็นหนังครอบครัวที่สามารถดูได้ทุกวัย อีกทั้งวันหยุดครอบครัวพร้อมหน้าก็เป็นสื่อที่สามารถทำให้ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากัน อีกทั้งบางเรื่องยังให้แง่คิดในการชีวิตอีกด้วย โดยการ์ตูนยุคแรกที่โด่งดังที่สุดจนถึงทุกวันนี้ก็คือ มิกกี้เมาส์ ตัวการ์ตูนหนูที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน มิคกี้เมาส์ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 1928ซึ่งเกิดจากการคิดค้นแนวคิดขึ้นโดยวอลต์ดิสนีย์ และอับ ไอเวิร์กสในขณะที่เขาทั้งสองคนกำลังนั่งรถไฟไป นครลอสแองเจลลิสดิสนี่ย์ได้สเก็ตซ์ภาพหนูสีดำสวมเอี้ยมและต่อมาไอเวิร์กสได้เกิดปิ๊งไอเดียที่จะให้เจ้าหนูที่ดิสนี่ย์วาดนั้นเคลื่อนไหวได้ เค้าจึงวาดโครงร่างของเจ้าหนูตัวนั้นและได้สร้างการ์ตูนเสียงเป็นเรื่องแรกของโลก โดยให้เสียงพากย์ โดยวอลต์ดิสนีย์ ตัวการ์ตูนมิคกี้ เมาส์ปรากฏตัวในการ์ตูนเรื่อง Steamboat Willieเมื่อออกฉายก็โด่งดังอย่างมากและนิตยสารนิวยอร์กไทม์ได้กล่าวว่า “นี้คือการ์ตูนที่สร้างสรรค์ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด” ซึ่งตัวละคร มิคกี้เมาส์นั้นมีบุคลิกที่ ร่าเริง มองโลกในแง่ดี นอกจากนี้ มิคกี้เมาส์ ยังมีคู่รักชื่อว่า มินนี่เมาส์ และมีสุนัขที่ซื่อสัตย์ชื่อว่า พลูโต มิคกี้เมาส์ถูกสร้างเป็นการ์ตูนหลายครั้งมากและได้รับความนิยมจากเด็กๆมาก จนเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มตัวละครของมามากมายเพื่อเพิ่มความสนุก อย่างเช่น เจ้าเป็ดโดนัลดั๊ก เพื่อนบ้านของมิคกี้เมาส์